ยูเอ็นตำหนิกลุ่มประเทศที่กักตุนวัคซีนโควิด

เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า การแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 คือ “เครื่องมือวัดศีลธรรม” อย่างแท้จริง จากการที่ 3 ใน 4 ของวัคซีนบนโลก อยู่ในมือของเพียง 10 ประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่ากระบวนการแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 บนโลกในตอนนี้ “ไม่มีความเท่าเทียมและความยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง” เนื่องจากมี 130 ประเทศที่ยังไม่ได้รับวัคซีน “แม้แต่โด๊สเดียว” ในขณะที่ 10 ประเทศกักตุนวัคซีนรวมกันมากถึง 75% ของวัคซีนที่ผลิตออกมาบนโลกในปัจจุบัน

กูเตร์เรส กล่าวต่อไปว่า วิกฤติโรคระบาดโรคโควิด-19 ไม่ได้เป็นเพียงบททดสอบความพร้อมด้านสาธารณสุขของมนุษยชาติ แต่ยังเป็นการวัดศีลธรรมของมนุษยชาติได้อย่างดีที่สุดด้วย นั่นคือความเสมอภาคของทุกประเทศในการเข้าถึงวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นประเทศยากจนหรือประเทศร่ำรวย

ทั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานฉุกเฉินในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และปฏิบัติการด้านวัคซีน ที่รวมถึงการบริหารจัดการด้านการเงิน โดยทีมงานนั้นควรมีประสิทธิภาพในการ “ขับเคลื่อน” ทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการวัคซีน
 
ขณะที่นายโดมินิก ราบ รมว.การต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ในฐานประธานยูเอ็นเอสซีประจำเดือน ก.พ. ขอให้ที่ประชุมร่วมกันจัดทำมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในพื้นที่สงคราม เพื่ออำนวยความสะดวกให้การจัดส่งวัคซีนเป็นอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะใน เยเมน ซีเรีย ซูดานใต้ โซมาเลีย และเอธิโอเปีย มิเช่นนั้นประชากรโลกมากกว่า 160 ล้านคนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่สู้รบ

Related posts